FAN-FICTION กุหลาบแวร์ซายส์ : รักริษยา 2
---------------------------------------------------------
fanfiction ที่เขียนขึ้นมานี้ ได้ไอเดียมาจากบรรดาแฟนๆของการ์ตูนเรื่องกุหลายแวร์ซายส์ ซึ่งตัวละครต่างๆในเรื่องนี้นั้น ผู้เขียนมิได้เป็นคนคิดริเริ่ม หากแต่เป็นผลงานของ อาจารย์ Ikeda Riyoko ผู้ถือลิขสิทธิ์ผลงานเรื่องกุหลาบแวร์ซายส์แต่เพียงผู้เดียวอนึ่ง fanfiction ที่ผู้เขียนได้นำมาบันทึกไว้ยัง ณ ที่นี้ เพื่อร่วมแชร์ความเพลิดเพลินกับผู้อ่านทุกท่าน เท่านั้น มิได้หวังจะนำไปเผยแพร่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวในด้านการค้าหรือการเงินใดๆทั้งสิ้น
คฤหาสน์จาร์เจที่โอ่อ่า เคยเงียบสงบเพราะเจ้าของบ้านมิใคร่ชื่นชอบการจัดงานเลี้ยงเต้นรำที่บ้านเช่นขุนนางบ้านอื่น กลับมีอันอึกทึกครึกครื้นขึ้นมา เมื่อท่านนายพล แชเวอเลียร์ เรเนียร์ เดอ จาร์เจ มีคำสั่งออกมาว่า
---------------------------------------------------------
เราจะจัดงานเลี้ยงเต้นรำที่เอิกเกริกที่สุด! แล้วจะเชิญคนหนุ่มๆที่ต้องการจะขอแต่งงานกับออสการ์ ไม่เพียงแต่แค่เจโรเดล มันจะต้องเป็นงานเต้นรำที่ยิ่งใหญ่ พวกผู้ดีใหญ่น้อยทั้งหลายจะมารวมตัวกันที่ในงานนี้ทั้งหมด!
ลงว่าท่านนายพลเป็นคนเอ่ยปากเองแล้ว ก็ไม่มีใครจะกล้าขัด คุณแม่บ้านได้รับคำสั่งให้ดูแลเป็นหัวเรือใหญ่เพราะมาดาม จาร์เจ ยังติดภาระกิจหัวหน้านางกำนัลส่วนพระองค์ของสมเด็จพระราชินี มารี อังตัวเน็ตต์ แต่ก็ใช่ว่าคุณแม่บ้านจะเต็มใจกับการได้รับมอบหมายที่ยิ่งใหญ่นี้
หญิงชราผู้ที่เคยอยู่ดูแลเป็นพี่เลี้ยงท่านนายพล อีกทั้งยังคงดูแลออสการ์มาราวกับเป็นลูกของตน มีหรือจะไม่รู้ พ่อลูกคู่นี้ ไม่มีใครแรงน้อยกว่าใครเลย ทั้งที่เมื่อก่อน คุณหนูออสการ์เชื่อฟังคำสั่งนายผู้ชายท่านทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องเข้ารับราชการทหาร เรื่องฝึกฟันดาบยิงปืนจนฝีมือเก่งกล้ายิ่งกว่าชายอกสามศอก และอีกสารพัดเรื่อง
หากแต่คนทั้งคู่กลับมามีอันแตกคอกันเองเมื่อไม่นานนี้นี่เอง เหตุก็เพราะว่า นายผู้ชายต้องการจะให้บุตรี กลับคืนมาเป็นผู้หญิง เพื่อที่จะได้แต่งงานมีเหย้ามีเรือน
หล่อนได้ยินเสียงคนทั้งคู่ถกเถียงกันครู่ใหญ่ แรกทีเดียวแว่วเสียงของคุณหนูออสการ์ของหล่อน ผู้มิปรารถนาจะแต่งงานกับพันตรี เจโรเดล ทว่า เรื่องราวกลับไม่จบลงแค่นั้น เมื่อท่านนายพลกลับมีความคิดว่า ควรที่จะเปิดโอกาสให้ออสการ์ได้เลือกชายหนุ่มที่ตนเองชอบพอ แทนที่จะมีตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียว แล้วนายผู้ชายท่านก็เดินตัวปลิวอารมณ์ดีออกมา พร้อมทั้งสั่งว่า คุณหนูออสการ์จะต้องแต่งกายงดงามเพื่อที่จะรอรับคำขอหมั้นจากบุรุษที่หล่อนจะพึงพอใจที่สุด และที่สำคัญ ที่สุดก็คือว่า
งานนี้ เสียเงินมากเท่าไหร่ก็ช่างมัน!
คุณแม่บ้านคิดว่าบ้านจะแตกเสียแล้วด้วยซ้ำไป แต่ทว่า คุณหนูออสการ์ของหล่อน กลับมากำชับให้หล่อนเรียกช่างตัดเสื้อมือ1 ในปารีสมา อีกทั้งยังออกบัตรเชิญขุนนางทุกบ้าน เรียกหานักแสดงต่างๆจากมโหรสพที่หาดูได้ยาก ขนเอาแชมเปญและไวน์แดงชั้นดีเลิศรสจากโกดังออกมา พร้อมทั้งถ้วยโถโอชามเครื่องเงินและแก้วเจียระไนชั้นดีจากเบลเยี่ยมทั้งหลายออกมาใช้
งานช้าง ชนิดที่เรียกว่า ไม่แพ้งานบอลล์ในพระราชวังแวร์ซายส์แท้ๆ!
ที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างมากที่สุดก็คือ ออสการ์เอง ก็ประกาศลั่นบ้านว่า มันจะต้องเป็นงานเลี้ยงที่คุณพ่อตกใจมาก! และคุณแม่บ้านก็มั่นใจเหมือนกันว่า มันต้องเป็นเช่นนั้น
หล่อนนึกหนักใจ ปนเสียวไส้
โอย คุณหนูเจ้าขา! ถ้าหากว่า นายผู้ชายท่านมาเห็นคุณหนูในสภาพนี้เข้าละก็ !!
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ จาร์เจ มีพนักงานชายคอยดูแลต้อนรับแขกเหรื่อ พร้อมทั้งจัดการเรื่องรถม้าให้เข้าจอดเป็นระเบียบเรียบร้อย น้ำพุรูปปั้นสุริยเทพ อพอลโลขนาดย่อม มีลักษณะย่อมาจากน้ำพุในพระราชวังแวร์ซายส์ เปิดไว้เพื่อต้อนรับเหล่าบรรดาผู้มาเยือน ดอกกุหลาบหลากสีราวกับจะพร้อมใจกันเบ่งบาน ส่งกลิ่นหอมเย็นในยามค่ำคืนภายใต้สายลมและน้ำค้างที่หยาดหยดลงมา
ที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ งานเลี้ยงอันหรูหราในคืนนี้ มีสุภาพบุรุษมากมายกว่าสุภาพสตรี จนเรียกได้ว่า เป็นปรากฏการณ์ เพราะโดยปรกติแล้ว จะมีจำนวนของสุภาพสตรีเสียมากกว่า และแทบทั้งนั้น ก็คือบุรุษผู้ตั้งใจจะมาขอหมั้นกับบุตรีคนสุดท้องของนายพล เชเวอเลียร์ เรเนียร์ เดอ จาร์เจ
ออสการ์ ฟรังซัว เดอ จาร์เจ!
สุภาพบุรุษทั้งหลายในห้องโถงใหญ่ของงานเต้นรำ ล้วนแล้วแต่แต่งกายด้วยอาภรณ์หรูหราตระการตา ทีท่าภูมิฐาน มั่นใจ ไม่มีใครยอมด้อยไปกว่าใคร แต่ก็ยังไม่พ้นข่าวลือที่ดูเหมือนจะปรากฏขึ้นมาเองจากปากต่อปากว่า คนที่มาขอหมั้นก่อนเป็นคนแรก ก็คือ
พันตรี วิคเตอร์ เคลมอนต์ เดอ เจโรเดลต๊าย! ไหนว่า เกลียดผู้หญิงนักหนายังไงล่ะคะ! สุภาพสตรีนางหนึ่งหลุดปากออกมา แล้วก็นึกขึ้นได้ จึงลดเสียงลง แล้วเหลือบมองดูบุรุษผมสีน้ำตาลอ่อน ผู้ตกเป็นข่าว ก่อนจะหันมาซุบซิบกับสหายในกลุ่ม
แต่กลับมาขอหมั้นเป็นคนแรกเชียวเรอะนี่!
เจโรเดลทันได้ยินเสียงร่ำลือของผู้คนในงานเหมือนกัน ทว่า เขาไม่ใส่ใจ ชายหนุ่มเชิดหน้ายืดอกดื่มไวน์เงียบๆอยู่ตามลำพัง บางครั้งบางคราว ท่านนายพล จาร์เจ ก็จะมาพูดคุยกับเขา ก่อนจะเดินไปคุยกับแขกเหรื่อทั้งหลายเพื่อทักทาย และเจโรเดลก็ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า เพราะเขาก็รู้ เท่าที่กับนายพล จาร์เจ รู้
ให้ยังไง เขาก็ยังคงเป็นตัวเก็งของงานนี้อยู่ดี!
ท่านนายพล จาร์เจ กับเขา ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกันหลายครั้งที่กรมทหารฝ่ายผลิตอาวุธ ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ อัศวินดำ มีข่าวออกปล้นตามบรรดาคฤหาสน์ขุนนางทั้งหลาย เนื่องจากพ่อของเขาเป็นเพื่อนกับผู้บัญชาการของฝ่ายผลิตอาวุธปืนและดาบ ซึ่งนายพล จาร์เจ มักคุ้นด้วยมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกันที่โรงเรียนเตรียมทหาร
เมื่อแรกที่ได้พบปะคุยกัน เขายังไม่ได้บอกความในใจให้นายพล จาร์เจ ทราบ ตราบจนกระทั่งออสการ์ ได้ลาออกไปจากกองทัพบก ไปประจำที่กองทหารของปารีส เขาจึงเริ่มเลียบเคียงกับท่านนายพล
และก็เหมือนโชคจะเข้าข้างเขาเข้าอย่างจัง นายพล จาร์เจ ต้อนรับเขาเป็นอย่างดี และ เจโรเดล ยินดีกับโอกาสนี้เป็นอย่างมาก
เขาเชื่อว่า เขาจะทำให้หญิงสาวผู้นี้มีความสุขได้แน่นอน!
เมื่อแขกเหรื่อทั้งหลายดูเหมือนจะมารวมตัวกันมากมายในห้องโถงใหญ่ ท่านนายพล จึงส่งสัญญาณให้บุรุษผู้มีหน้าที่เป็นทนายหน้าห้อง ไปตามบุตรีออกมาด้วยความปลาบปลื้มและยินดี ค่อนข้างมั่นใจว่า ถึงแม้งานนี้บุตรีจะไม่พบใครที่ถูกใจ แต่ก็ยังคงมี เจโรเดล ที่จะยังอยู่ และพร้อมจะคอยให้ออสการ์พร้อมที่จะยอมรับเขา
ที่จริง เขาก็ไม่เลว แม้ว่าตระกูลจะมิได้ยิ่งใหญ่ในหน้าที่การงานของทหาร หรือเป็นขุนนางชั้นสูง แต่ทว่า บิดาของเจโรเดล ก็ได้ชื่อว่าเป็นนักเรียนทหารที่เรียนดีมากคนหนึ่งในรุ่นเดียวกับ นายพล จาร์เจ จะว่าไปแล้ว นิสัยใจคอของ เจโรเดลก็คล้ายกับพ่อของเขามาก
สงบ เยือกเย็น สุภาพเสมอต้นเสมอปลาย และเป็นคนเก่ง
ผิดกันแต่ว่า ลูกชาย ดูเหมือนจะทะเยอทะยานมากกว่าผู้เป็นพ่อ เพราะในขณะที่คนเป็นพ่อได้ขอเลิกราจากราชการทหาร ไปดูแลกิจการผลิตไวน์ตามที่ต้นตระกูลได้ก่อสร้างไว้หลังจากที่ประจำกองทหารปืนใหญ่รักษาการณ์ที่ชายแดนมาเป็นเวลานาน ... บุตรชายของเขา ดูเหมือนจะยิ่งตั้งใจปีนป่ายเพื่อตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นในกองทหารรักษาพระองค์จากสายตาของผู้ที่ผ่านโลกมานาน นายพล จาร์เจ คาดว่าตัวเองเดาไม่ผิด
ชายผู้นี้ จะต้องยิ่งใหญ่ขึ้น จนวันนึง จะต้องถึงระดับ นายพล แน่ๆ! นั่นแหละ เขาจึงแย้งใดๆ เมื่อบุรุษผู้นี้มาขอแต่งงานกับบุตรสาว
ก่อนที่ความคิดของท่านนายพล จะล่องลอยไปไกลด้วยความรื่นรมณ์ ทนายหน้าห้อง ก็มายืนอ้ำอึ้งอยู่ไม่ไกลนัก ดูจากท่าทางแล้วราวกับว่า กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับอะไรบางอย่าง
อะไรกัน มีอะไรเรอะไง แล้วออสการ์อยู่ไหนล่ะ? นายพล จาร์เจ เดินเข้าไปกระซิบถาม เมื่อยังไม่ได้เห็นบุตรีออกมาปรากฏกาย
เอ่อ . คือ คือว่า คุณออสการ์ .เอ้อ ทนายหน้าห้อง ทำท่าราวกับจะร้องไห้ออกมา มา . ออกมาแล้ว ขอรับ!
ออกมาแล้ว? ก็รีบๆประกาศเรียกมาปรากฏตัวเข้าซี่! ออสการ์เป็นตัวเด่นของงานนี้เชียวนะ เอ้า เร่งเข้าหน่อยซิ!
หนุ่มน้อยผู้รับหน้าที่เรียกประกาศชื่อของบุตรีเจ้าของบ้าน ทำท่าจะพูดอะไรออกมาอีก แต่ก็ไม่มีความกล้าพอ นอกซะจากจะเดินกลับไปตั้งหลักที่กลางห้องเพื่อจะขานชื่อ
ขออภัย ที่ทำให้ทุกท่านคอย คุณ ออสการ์ ฟรังซัว เดอ จาร์เจ จะมาปรากฏตัวแล้ว!
สิ้นเสียงของหนุ่มน้อยผู้นั้น แขกเหรื่อในงานล้วนแล้วแต่เงียบเสียงลงด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เห็น ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นทหารรักษาพระองค์รูปงาม สวมใส่อาภรณ์สตรี ว่าจะงดงามเพียงใด
เสียงฝีเท้าย่างก้าวเข้ามาในห้องนั้น ก้องกังวานไปทั่วห้องราวกับจะทำให้เสียงหัวใจของทุกคนหยุดเต้นชั่วคราว เหล่าบรรดาสุภาพสตรีทั้งหลาย แม้ว่าจะรู้ว่า ในงานนี้ ออสการ์จะแต่งกายเป็นหญิงเพื่อเลือกคู่แต่งงาน ก็ยังอุตส่าห์ตามมาดูกัน เพราะลึกลงไปในใจ พวกหล่อนยังยอมรับไม่ได้ เพราะเห็นภาพของบุรุษรูปงามในชุดทหารสง่านั้นจนชินตา
ต้องเห็นกับตาเสียก่อน ว่า ออสการ์จะกลับคืนมาเป็นผู้หญิงอย่างแน่นอน พวกหล่อนจึงจะขอตัดใจอย่างจริงจัง!
วินาทีนั้น ร่างที่ทุกคนในห้องโถงเห็นกันโดยทั่ว ทำให้เกิดเสียงฮือฮาราวกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีใครหยุดได้
ร่างสูงโปร่งงามสง่า ผมสีทองปล่อยสยายหยักศก สลวยเป็นประกายงดงามท่ามกลางแสงเทียนมากมายที่จุดประดับภายในห้อง ดวงตาสีฟ้าที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจผู้คน ทอดสายตามองแขกเหรื่อในงานโดยทั่วถึง ขนตายาวงอนนั้นทำให้ดวงตาดูงดงามอย่างถอดสายตาออกไปจากดวงหน้างามนั้นมิได้ อาภรณ์สีขาวนวลสะอาดปักดิ้นทองสวยงามมีราคาแพง
แม้แต่ เจโรเดล ก็ไม่อาจบอกได้ว่า เขาเคยเห็นสิ่งใดที่งดงามมากไปกว่าภาพที่เห็นนี้ เขาจ้องมองร่างนั้นจนไม่กะพริบตาด้วยความตะลึงลาน
ทว่า มันเป็นชุดเต็มยศอย่างสุภาพบุรุษที่มีตระกูลสวมใส่กัน!!
ออสการ์?! ท่านนายพลร้องออกมาเสียงหลงอย่างตกใจ ออสการ์!!! นี่มันอะไรกัน หา?!!
เสียงนั้น ทำให้คุณแม่บ้านแทบอยากจะวิ่งออกมายืนเป็นเกราะกำบังคุณหนูของหล่อนเสียให้ได้!
โธ่!! คุณหนูเจ้าขา! เตือนแล้วไม่ยอมฟัง!
ร่างสูงโปร่ง ผมสีทองยาวสลวยหยักศกเป็นคลื่นของผู้ที่ดูคล้ายบุรุษรูปงาม ยืนเด่นเป็นสง่ากลางห้องโถงใหญ่ในชุดขาวสะอาด สายสะพายและเหรียญตราติดประดับที่แผงอก บ่งบอกถึงยศตำแหน่งในหน้าที่ของราชการทหาร ทว่างดงามกว่าเครื่องแบบทหารยามอยู่ในระหว่างหน้าที่เพราะปักดิ้นทองอย่างดีราคาแพง เป็นชุด เต็มยศ ของผู้ที่อยู่ในฐานะขุนนาง
และคนที่แต่งชุดนี้อยู่ ก็คือเจ้าของงานเลี้ยงเต้นรำ ที่จะต้องเลือกชายหนุ่มสักคนจากในงาน มาเป็นว่าที่เจ้าบ่าว!
งานเลี้ยงนี้แปลกจริงๆ มีแต่ผู้ชายแทบทั้งนั้นเลย ทุกท่าน! คืนนี้เราคงต้องแย่งกันเต้นรำกับคุณสุภาพสตรีกันเสียแล้วล่ะมั้ง?
สิ้นสุดคำทักทายจากเจ้าของงานเลี้ยงเต้นรำแล้ว ...นายพล จาร์เจ ก็รู้สึกว่าอยากจะเป็นลมเสียให้ได้ เพราะไม่คิดว่าจะโดนบุตรสาวดัดหลังเข้าให้ถึงขนาดนี้
มิน่าเล่า ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ หล่อนจึงทำทีท่าสงบ ไม่โต้แย้งอะไรเขาสักคำ!
ออสการ์! เอา เอาชุดแบบนี้มาใส่ได้ยังไง?! บุตรสาวยิ้มพราย เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาจากบรรดาหญิงสาวตระกูลสูงทั้งหลายที่มาร่วมงาน หลายคนมองหล่อนตาเยิ้ม ราวกับเห็นภาพ เจ้าชายในฝัน มายืนอยู่ตรงหน้า ... ประเดี๋ยวเถอะ
จะต้องได้สนุกสุดเหวี่ยงกันแน่ๆ!
ตามคำสั่งของคุณพ่อไงครับ ชุดนี้ให้ร้านตัดเสื้อมือ 1 ในปารีสตัดนะ หรูหราที่สุดเลยครับ! เอาล่ะ ขอเชิญทุกท่านเต้นรำกับเพลง Minuette เป็นเพลงแรกกันเลยก็แล้วกัน!
หญิงสาวหันไปส่งสัญญาณบอกให้นักดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงวอลซ์ พร้อมผายมือเชิญชวนบรรดาแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย แม้ว่าทุกคนจะยังคงอยู่กับที่เพราะความสับสน แต่ออสการ์ก็ไม่ได้ใส่ใจ หล่อนเดินก้าวเข้าไปหาหญิงสาวผมสีดำรวบสูง ประดับด้วยริบบอนผ้ากำมะหยี่และขนนกกระจอกเทศเป็นพุ่ม
แมดมัวแซล เดอ กีน ให้เกียรติผมสักเพลงนะครับ? เสียงฮือฮาก้องกังวานไปทั้งห้อง ทั้งจากสุภาพสตรีที่รู้สึกอิจฉาหญิงสาวผู้โชคดีที่ออสการ์ขอเลือกเต้นรำด้วย และจากสุภาพบุรุษทั้งหลาย ที่รู้สึกว่า... งานนี้ ไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว
ทว่าเมื่อคนทั้งสองได้เป็นคู่แรกที่เปิดฟลอร์แล้ว ไม่นานจากนั้น อีกหลายคู่ก็เริ่มชักชวนกันออกมาเต้นรำด้วย แต่ก็ยังมีสุภาพบุรุษมากมายที่ยืนมองเฉยๆ เพราะยังคงมึนงงกับเหตุการณ์นี้อยู่ รวมไปถึง นายพล จาร์เจ ด้วย!
โธ่เอ๊ย เจ้าลูกหัวรั้นไม่รักดี! ตามที่คิดเอาไว้ จะต้องเต้นรำกับเจโรเดล เป็นเพลงแรกแท้ๆ!
สาวๆทั้งหลายต่างก็มองออสการ์และหญิงสาวคู่เต้นอย่างแสนจะริษยาพร้อมทั้งชื่นชม ใครๆก็รู้ว่า ออสการ์ไม่ค่อยจะไปร่วมงานเต้นรำของใคร นานๆครั้งจึงจะเห็นร่างอันงามสง่าในเครื่องแบบทหารไปปรากฏตัวตามงานเลี้ยง
และแม้ว่าจะได้มีโอกาสได้พบเห็น ก็ไม่เคยสักครั้งที่ออสการ์จะเต้นรำกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพระราชวังแวร์ซายส์! มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่หล่อนยอมเต้นรำกับหญิงสาว และไม่ใช่เพียงใครสักคน
แต่เป็น สมเด็จพระราชินี! ครั้งนั้น ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่มองกันตาละห้อย ทั้งอิจฉา และตะลึงลาน จะมีใครที่จะงดงามได้เท่ากับบุคคลทั้งสอง ก็ไม่มีใครหาคำตอบได้
ในเมื่อคืนนี้ โอกาสมาถึงตรงหน้านี้แล้ว บรรดาสาวๆล้วนก็บอกตัวเองว่า จะไม่มีวันยอมให้มันหลุดมือไปเป็นแน่แท้! พวกหล่อนจะต้องได้เต้นรำกับออสการ์ให้ได้ในคืนนี้!
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างแช่มช้า พร้อมกับที่ สุภาพบุรุษหลายคนเริ่มค่อยๆ หายตัวจากไป เพราะคะเนแล้ว ออสการ์คงจะอยู่เต้นรำกับสาวๆทั้งคืนเป็นแน่ แม้แต่นายพล จาร์เจ เองก็ยังขอตัวลงนั่งทำใจ เพราะหาไม่ อาจจะต้องเป็นลมแบบล้มทั้งยืน
มีเพียง เจโรเดลเท่านั้น ที่ยังคงมิได้ขยับตัวไปไหน
สุภาพสตรีมีตระกูลมากมายหลายคนแทบจะทะเลาะตบตีกัน เพื่อจะแย่งกันเป็นคู่เต้นของ ออสการ์ ฟรังซัว เดอ จาร์เจ และเหมือนว่าหล่อนเองก็จะทำให้สถานการณ์เป็นเช่นนั้นด้วยเคยหรือ ที่ออสการ์เคยทำราวกับหว่านเสน่ห์ให้ผู้หญิงทั้งหลายแบบนี้ ทั้งที่ปรกติ หล่อนแสนจะเย็นชา เจโรเดลจำได้ว่า อดีตนายพลประจำกองทหารรักษาพระองค์ เบื่อหน่ายกับกิริยามารยาทของพวกผู้ดีสาวๆในพระราชวังนักหนา เพราะหลายๆคน ก็แสนจะไร้ยางอาย และพูดจานินทาได้ทั้งต่อหน้าและลับหลัง!
แล้วดูหล่อนวันนี้เสียบ้าง!ทีท่าที่แสดงออกต่อสาวๆในวันนี้ ยังกับว่า หล่อนจะมาเลือก ว่าที่เจ้าสาว แทนเสียยังงั้นล่ะ มือที่ลูบไหล่เอาเปล่าเปลือยของสตรีคู่เต้น รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่แทบจะไม่ค่อยปรากฏให้ใครได้ยล คำพูดหวานๆราวกับบุรุษแสนเจ้าชู้ กลับมีอันได้ฟังจากปากคนที่ถนัดแต่ออกคำสั่งกับทหาร เจโรเดลมองเห็นทุกอิริยาบถ
สาวๆคนแล้วคนเล่า ได้เป็นคู่เต้นของออสการ์ และคงจะไม่มีใครยอมกลับจากงานเป็นแน่ หากว่ายังไม่ได้เต้นรำกับหล่อนในคืนนี้ และก่อนที่เขาจะคาดเดาแผนการณ์ต่อไปของหญิงสาวได้ เจโรเดลก็พบว่า ออสการ์เดินเข้าไปจับมือหญิงสาวที่กำลังเต้นรำกับบุรุษผู้หนึ่งกลางฟลอร์เพื่อมาเต้นรำกับตนเอง!
หล่อนตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?!
แมดมัวแซล...เราเคยพบกันที่งานเต้นรำครั้งก่อนนี้ใช่มั้ยครับ?
โอ ตายจริง! คุณออสการ์ยังจำได้หรือคะ? ดิฉัน จูนเบรีย เดอ ควานี่ ค่ะ หญิงสาวผู้ที่เพิ่งถูกแย่งมาจากคู่เต้น มิได้อนาทรร้อนใจแต่อย่างใด กลับดีใจด้วยซ้ำ
ชุดราตรีสีม่วงนี้ เหมาะกับคุณมาก! เวลาหัวเราะ ริมฝีปากคุณงดงามราวกับผลเชอร์รี่ จูนเบรีย การขโมยลิ้มรสผลเชอร์รี่ผลนี้ คงไม่มีความผิดนะ?
หญิงสาวคู่เต้นมิได้โต้ตอบอันใด แม้จะรู้ดีอยู่แก้ใจว่า ผู้พูด แท้จริงแล้วก็เป็นอิสตรี ทว่าหล่อนยิ้มอย่างเขินอายและปล่อยให้มือเรียวขาวทรงพลังของออสการ์ยื่นมาเชยคางขึ้นเพื่อจะจุมพิศ
เรื่องคงจบเพียงแค่นั้น ถ้าหากว่าคู่เต้นเดิมของหญิงสาวไม่ได้เข้ามาคว้าไหล่ของหล่อนเพื่อขัดจังหวะเสียก่อน!
มีมารยาทบ้างสิคุณ อยู่ๆก็มาแย่งคู่เต้นของคนอื่นไปทั้งๆที่เพลงยังไม่จบแบบนี้น่ะ ออสการ์ลอบสำรวจจากลักษณะท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้าแล้ว ก็พอจะเดาได้ว่า เขาคงจะชอบพออยู่กับแม่สาวคนนี้อยู่ไม่น้อยทีเดียว ทว่า คงจะยังไม่ได้เป็นคู่รักกัน
มันช่างเหมาะเจาะเสียเหลือเกิน!
แต่เธอคนนี้ เป็นผู้เลือกฉันนี่นา อ้อ ถ้าไม่พอใจ จะประลองฝีมือกันก็ได้นะ จะเป็นดาบ หรือ ปืน อะไรก็ได้ทั้งนั้น! ชายหนุ่มถึงกับถอดสีหน้าเมื่อได้รับการเหยียดหยามเช่นนั้น หญิงสาวหัวเราะร่วน ราวกับขบขันเสียมากมายที่หล่อนทำให้ทุกอย่างปั่นป่วนไปหมดพันตรีเจโรเดล! เป็นงานเต้นรำที่วิเศษมากเลยใช่มั้ยล่ะ? ไม่มาร่วมเต้นรำกันหน่อยหรือไง?!
และเหมือนหล่อนจะจงใจพูดเสียงดังให้เป็นที่ได้ยินกันโดยทั่ว เพราะมีผลทำให้หลายคนเริ่มฮือฮา ทว่า เจโรเดล มิโต้ตอบใดๆ ยังคงนิ่งเงียบเช่นที่เคยมา
นี่มันงานเลี้ยงบ้าบออะไรกันนี่!
ยังงี้มันแกล้งกันชัดๆนี่นา แล้วจะเชิญพวกเรามาทำไมกัน?!ก่อนที่ทุกคนจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ก็กระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ และวินาทีที่มีคนทันได้ยินว่าเป็นเสียงอะไร บุรุษกลุ่มใหญ่ในเครื่องแบบพลทหารของกองทหารแห่งปารีส ก็โรมรันถาโถมเข้ามาในคฤหาสน์แล้วท่ามกลางความตกใจของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน!
ขอโทษครับ ผ.บ. ที่มาช้าไปหน่อย! คนหนึ่งในนั้นตะโกนเรียกหาออสการ์
ผ.บ. จะเลี้ยงอาหารพวกเรา จริงๆเรอะครับ?!อ้อ! มากันแล้วเรอะ ดีเลย! ตรงเข้าไปด้านในเลย อยากกินเท่าไหร่ก็กินไป! สนุกกันให้เต็มที่ แล้วก็มีผู้หญิงชั้นสูงให้จีบเยอะแยะ อยากจะขอเต้นรำด้วยก็เชิญตามสบายเลย!
สิ้นคำประกาศของออสการ์ ทุกสิ่งทุกอย่างก็อยู่ท่ามกลางความอลหม่านอย่างหาที่เปรียบมิได้ แขกเหรื่อทั้งหลายเริ่มหาทางออกมาจากคฤหาสน์ บรรดาหญิงสาววิ่งหลบหนีกันจ้าละหวั่นเมื่อกลุ่มทหารของออสการ์ดาหน้ากันเข้ามาตามคำเชิญ
ออสการ์หัวเราะราวกับมองดูละครตลกขบขัน ในขณะที่ทุกคนกำลังอลหม่านโกลาหล หล่อนก็เดินเลี่ยงออกไปนอกคฤหาสน์แล้ว ... ได้ยินเพียง เสียงของบิดาที่ไกลออกไปทุกที ๆ
ออสการ์! นี่มันอะไร มันอะไรกัน หา?!
หึหึ คนที่มาสู่ขอ ผิดหวังกันหมดทุกคน คอยดูเถอะ
พรุ่งนี้ ข่าวลืองานเต้นรำตระกูลจาร์เจ จะต้องกระจายไปทั่วแน่ๆ!!@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
เวลาได้ผ่านมาร่วมค่อนคืนแล้ว หญิงสาวเดาเอาจากที่ได้เห็นน้ำค้างเริ่มเกาะตัวหยาดหยดลงบนดอกกุหลาบที่เผยดอกแรกแย้มอยู่ตามระเบียงทางเดินด้านหลังคฤหาสน์ มองดูราวกับสวนกุหลาบในแดนสวรรค์ท่ามกลางแสงจันทร์และดวงดาว
ทว่า ออสการ์มิได้บันเทิงใจกับภาพที่ได้เห็นเลยแม้แต่น้อย ในใจหล่อนยังคงนึกคิดถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากรุ่งเช้าแล้ว แต่ก็คุ้มค่าแล้วที่ได้ทำลงไป
คราวนี้ใครๆจะได้เลิกยุ่งวุ่นวายกับหล่อนเสียที! ไม่ว่าใครก็ตาม จะรู้กันบ้างไหมว่า หล่อนรู้สึกอย่างไรที่ต้องเป็นตุ๊กตาหุ่นชักใยให้ใครๆคอยกำกับ?
อยากกลับไปสู่วัยเด็กเหลือเกิน เมื่อก่อนนี้หญิงสาวไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองไม่ได้เกิดมาเป็นบุรุษเพศ เพราะได้ถูกเลี้ยงดูอบรมมาอย่างผู้ชาย ความสุขที่เคยมีนั้น มันช่างผ่านไปรวดเร็วจนใจหาย
จะให้หล่อนกลับมาเป็นผู้หญิงในตอนนี้ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน?
สัญชาตญาณเริ่มบอกให้ออสการ์รู้ว่า ไม่ได้อยู่ตามลำพัง...หญิงสาวหายใจแผ่วเบาพร้อมกับเอื้อมมือมาจะคว้าดาบจากเอวด้วยความเคยชิน พลันนึกได้ว่า หล่อนไม่มีอาวุธใดๆอยู่กับตัว ออสการ์นึกสบถในใจ และทันใดนั้น หล่อนก็ได้ยินเสียงของผู้ที่พรางตนอยู่ในความมืด
ท่านนายพล !
เจโรเดล เองหรือ? หญิงสาวลอบถอนหายใจเบาๆ
ชายหนุ่มผู้ตั้งตัวเป็นคู่หมั้น เดินมาทรุดลงนั่งตรงขอบระเบียงไม่ไกลจากหญิงสาว
คุณเป็นคนเรียกพวกพลทหารมากันหรือ? คุณทราบมั้ย งานเต้นรำ แม้จะพังพินาศไปหมดแล้ว แต่มันกลับทำให้ผมเป็นสุขใจมากขึ้นนะ ผมดีใจ เพราะ คนที่จะมาสู่ขอ มีเพียงผม เพียงคนเดียวเท่านั้นแล้วตอนนี้!
อย่าผยองนักเลยนะ! ออสการ์คำรามอย่างสุดจะกลั้น ให้ตายสิ หมอนี่ ดื้อด้านอะไรอย่างนี้!
ทว่า บุรุษผมสีน้ำตาลอ่อนยาวสลวย มิได้เปลี่ยนแปลงอารมณ์ใดๆ เขายังคงสงบเยือกเย็น จนออสการ์ต้องเริ่มปรับอารมณ์ของตนเองให้สงบราบเรียบได้เท่ากัน หาไม่ ตัวหล่อนเองนั่นแหละจะเป็นฝ่ายจนมุม!ดอกกุหลาบแรกแย้มดอกหนึ่ง ถูกเด็ดออกจากต้นอย่างง่ายดายเพราะก้านยังอ่อนบางนัก หล่อนเด็ดกลีบดอกไม้เล่นเพื่อข่มใจให้เย็นลง
เจโรเดล ขอให้ฟังให้ดีนะ ฉันเรียนให้คุณพ่อท่านทราบไปหลายครั้งแล้วว่า ชีวิตคนเรา ไม่ได้เกิดมาเพื่อคนเพียงคนเดียวเสมอไป ดังนั้น ฉันจึงไม่มีความคิดจะสวมชุดราตรี หรือชุดวิวาห์ทั้งนั้น!
หากคุณมีความคิดเช่นนี้ ผมเองก็รู้สึกเวทนาจริงๆ หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าโทสะได้เริ่มพุ่งขึ้นสูงอีกครั้ง หล่อนเริ่มเด็ดกลีบดอกไม้หนักหน่วง หากมันก็ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์หล่อนดีขึ้นเลย เจโรเดลยังคงพูดต่อเรียบๆอย่างไม่ใส่ใจว่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกโดนสบประมาทแต่อย่างใด
น่าเวทนามาก เพราะคุณเองเป็นผู้หญงที่สวยมาก! เวลาที่คุณสวมเครื่องแบบทหารและขี่ม้า ยิ่งดูน่าเวทนา ถึงคุณจะมองดูเป็นขวัญใจของพวกทหารทุกคนก็เถอะ ชายหนุ่มเงียบไปชั่วครู่ เพราะลอบมองสตรีที่เขาใฝ่ปองเด็ดกลีบกุหลาบ
คุณ จะทานกลีบกุหลาบหรือ ออสการ์?
ออสการ์หันขวับมามองเขาอย่างอารมณ์ไม่ดี ดูราวกับเด็กเล็กๆที่พร้อมจะพาลอาละวาดกับใครก็ได้ แต่เมื่อสบกับสายตาของบุรุษผู้อยู่ตรงหน้า หล่อนก็จนด้วยคำพูดและไม่ได้ออกอาการใดๆใส่เขา ไม่อาจเข้าใจได้ว่า ทำไมดวงตาคู่นั้น ถึงได้ดูเหมือนจะมีอิทธิพลบางอย่างกับความรู้สึกของตน
เลิกทำตัวแบบนี้เสียเถิด แล้วลองมองหาความสุข ความอบอุ่นและความอ่อนโยนข้างๆตัวคุณดูสิ! เขาพูดจานุ่มนวลทว่า หนักแน่น มุ่งมั่น แบบทหาร เจโรเดลเป็นเช่นนี้เสมอ เขาเป็นผู้ช่วยของหล่อนโดยตรงเพราะฝีมือเป็นที่นับหน้าถือตามาตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ยังไม่สวรรคต ถ้าหากว่ามอบหมายให้เขาทำอะไรแทนก็เป็นอันเบาใจได้ว่า เขาจะทำให้มันสำเร็จลุล่วงโดยไม่มีอะไรต้องกังวล
แต่ทว่า นั่นก็เป็นเรื่องงาน มิใช่ความผูกพันฉันท์ชู้สาวแบบนี้! เจโรเดลเงียบไปราวกับจะชั่งใจออสการ์
คุณต้องการมันสิน่ะ เพราะว่ายังไงเสีย คุณก็เป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนนึง และหากคุณปฏิเสธมือที่อบอุ่นซึ่งยื่นให้คุณ คุณจะต้องเสียน้ำตาแน่ๆ เพราะฉะนั้น ผมขอเถอะ เลิกทำตัวแบบนี้เสียที ทำตัวให้เหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วๆไปก่อนที่ชีวิตของคุณจะจมลงสู่ความมืดมิด!
คำพูดทุกคนดูเหมือนจะเชือดเฉือนหัวใจของหญิงสาวเหลือเกิน ดอกกุหลาบในมือร่วงลงสู่พื้น ราวกับเห็นคำตัดสินชะตาชีวิตตนเอง
ใช่ว่าหล่อนไม่คิดถึงเบื้องหน้า หากว่าหล่อนยังจะดำรงชีวิตให้เป็นบุรุษ ภาระหน้าที่ต่างๆก็พร้อมจะรอให้หล่อนสะสางและแบกรับไว้บนบ่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ออสการ์เริ่มหวั่นไหว
ยังจำได้ วันที่ตัวหล่อนต้องเอ่ยปากบอกอำลากับแฟร์ซอง ออสการ์เศร้าโศกกับความรักที่ไม่สมหวังครั้งนั้นเพียงใด!
โลกนี้ช่างมีความรักหลายหลากเสียนี่กระไร ทั้งความรักที่คนทั้งสองมีใจให้กันและกัน ความรักที่ใครคนนึงมีให้อีกคนนึงโดยไม่หวังสิ่งใดแม้แต่ความรักตอบแทน
และความรักที่มาจากใครบางคนโดยที่เราไม่รู้ตัว !!
หัวใจของผม พร้อมที่จะมอบความอบอุ่นแก่คุณเพียงคนเดียว ความทุกข์ ความเสียใจที่สุมอยู่ในอกคุณ โปรดแบ่งมาให้เป็นภาระผมบ้างเถิดนะ เจโรเดล มองหล่อนอย่างอ่อนโยน และออสการ์ก็มิอาจต้านทานสายตาคู่นั้นได้เลย
หรือมันจะจริงอย่างที่เขาพูด?
หล่อนอาจจะต้องมีใครสักคนที่จะปกป้องและแบ่งเบาภาระที่อยู่บนบ่าอันแสนหนักอึ้งของตนก็เป็นได้ หัวใจออสการ์เริ่มอ่อนไหว ร่ำร้อง เมื่อเจโรเดลยื่นมือมาหามือหล่อน หญิงสาวก็ไม่รู้สึกตัวอีกแล้วว่า มือของตนได้ถูกเกาะกุมอย่างทะนุถนอม รักใคร่
ความรักเป็นเช่นนี้เองหรือ? ออสการ์ได้แต่ถามตัวเองเงียบๆ
หล่อนรู้จักเพียงความรักที่ผิดหวัง ขมขื่น จากที่ได้รัก เคานท์ ฮันส์ แอกเซล ฟอน แฟร์ซอง ผู้ที่มีหัวใจยึดมั่นแต่เพียงสมเด็จพระราชินี ..และความรักครั้งนั้น มันก็จบสิ้นลงไปแล้ว
หัวใจของผม พร้อมแล้วที่จะเป็นที่พึ่งให้แก่คุณ โปรดมอบให้ความทุกข์ ความเสียใจที่คุณเก็บมานานอก่ผมเถิด คนดีของผม!
เสี้ยววินาทีนั้น ออสการ์รู้สึกว่าหัวใจหล่อนอ่อนโยนลงอย่างประหลาด เจโรเดลเอื้อมมือมาสัมผัสดวงหน้างามขาวละออ ชายหนุ่มสวมกอดร่างสูงโปร่ง ทว่า ระหงบอบบางเช่นสตรีทั่วไปท่ามกลางแสงจันทร์ที่ทอแสงอำไพนวลตา
เขารัก รักผู้หญิงคนนี้มากมายเหลือเกิน และทุกคำพูดที่เขาเอ่ยออกไป ล้วนแล้วแต่มาจากใจจริงทั้งสิ้น! บัดนี้ หล่อนได้อยู่ตรงหน้าเขา ได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว มันช่างเหมือนความฝันที่งดงาม!
เจโรเดลเชยคางหล่อนอย่างเบามือเพื่อจะจุมพิศกับริมฝีปากอิ่มเอิบสีกุหลาบของหญิงสาว
ผมรักคุณ ออสการ์ !
ริมฝีปากของออสการ์รับรู้ถึงสัมผัสจากเจโรเดลเพียงชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้น หล่อนก็รู้สึกเย็นวาบไปถึงหัวใจจนสะดุ้งสุดตัว สะบัดตัวเองจนหลุดออกมาจากอ้อมกอดของเขาโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัว คล้ายกับว่า หล่อนได้กระทำผิดต่อตนเองอย่างร้ายแรง
ไม่ใช่!! นี่ไม่ใช่ริมฝีปากที่เราเคยสัมผัสมาก่อน!!
ออสการ์!! เจโรเดลเองก็ตกใจไม่น้อย เขาเกือบจะได้หัวใจหล่อนมาครอบครองอยู่ในชั่วอึดใจนั้นแล้ว ก่อนที่เจโรเดลจะได้พูดอะไร หญิงสาวก็วิ่งผละออกมาจากเขาโดยไม่หันกลับไปแม้เขาจะร้องเรียกหล่อน หากออสการ์ก็มั่นใจ
ถูกแล้ว นั่นไม่ใช่ริมฝีปากที่เราเคยสัมผัส ที่เราเคยได้สัมผัสมา มันมีอนุภาพร้อนแรงกว่านี้มากนัก!
ริมฝีปากที่ประทับลงบนริมฝีปากของเราครั้งนั้น เต็มไปด้วยความมั่นใจ รุนแรง หนักหน่วง!แต่ว่า นั่นมัน
เราไม่ได้ฝันไปอย่างนั้นหรอกหรือนี่?!
ในความมืดมิดแห่งราตรีกาล หญิงสาวหายใจหอบฮั่กเมื่อหยุดฝีเท้าตนเองลง น่าแปลกที่หล่อนวิ่งกลับมาที่ต้นโอ๊คต้นใหญ่ที่อยู่กลางสนามกว้างโดยไม่รู้ตัวต้นไม้ต้นเดิมที่อังเดรและหล่อนเคยนำเอาทรัพย์สมบัติมีค่าส่วนตัวในวัยเยาว์มาฝังไว้
เขาฝังมีดสั้นพกอันเป็นที่รักของเขา
และมีตุ๊กตาหมีของหล่อนออสการ์เดินเอื่อยๆมาใกล้ต้นโอ๊ค พยายามนิ่งอยู่กับที่เพื่อจะปรับสายตาตนเองให้ชินกับความมืด ก่อนที่จะค่อยๆเอื้อมมือไปแตะที่ลำต้นของต้นโอ๊คอย่างเบามือ บริเวณใกล้ๆโคนต้นไม้ มีรอยขีดอยู่สองขีดใกล้กันเป็นระยะๆ นั่นคือการวัดความสูงของคนทั้งคู่ตั้งแต่ยังเด็กจนถึงวันที่หล่อนเข้าทำงานในพระราชวัง ต้นไม้ต้นนี้ ซึมซับความหลังของเขาและหล่อนไว้มากมาย นานหลายปี
น่าแปลก แม้ว่าหญิงสาวจะปฏิเสธความรักและอ้อมกอดจากอังเดร แต่หล่อนไม่เคยเข้าใจตัวเองว่า ทำไมทุกลมหายใจของตัวเอง จึงมีเขาเจือปนอยู่ด้วยทุกวินาที ออสการ์เพิ่งรู้สึกตัวเดี๋ยวนั้นนี่เองว่า สิ่งที่หล่อนเข้าใจว่า ฝัน แท้จริงแล้ว มันคือความจริง
จูบแรกที่หล่อนได้รับ แท้จริงแล้ว มาจากอังเดรนั่นเอง โดยที่ไม่เคยรู้ตัวเลย!
หล่อนคิดว่าหล่อนเพ้อฝันจากความเจ็บปวดที่ได้ชกต่อยกับกลุ่มอันธพาลในร้านเหล้าเมื่อครั้งนานมาแล้ว บัดนี้หล่อนมั่นใจ เพราะรสจูบจากเจโรเดลแท้ๆ ที่ทำให้นึกถึงจูบนั้นขึ้นมาได้!
ทำไม?
ทำไมถึงรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้ตัวได้นะ?! มันร้อนปานจะหลอมตัวเราให้ละลายไปในทันทีทำไม?!
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ห้องของชายหนุ่มผู้มีฐานะเป็นเพื่อนสนิทและผู้ติดตาม เงียบเชียบ ไร้แสงเทียนให้ความสว่างใดๆ หญิงสาวเปิดประตูดูก็พบว่า มีแต่ความว่างเปล่า บนเตียงไม่มีร่องรอยยับ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้กลับเข้ามาในห้องนี้อีกเลยในค่ำคืนนี้
น่าแปลก อังเดรไปไหนของเขานะ?
ร่างระหงปิดประตูห้องนั้นแล้ว ก็เดินกลับลงมาที่ชั้นล่างของคฤหาสน์อย่างงุนงง สาวรับใช้หลายคนกำลังกุลีกุจอเก็บกวาดข้าวของ ขณะนี้ล่วงเลยมาจนใกล้เวลาเช้าแล้ว ไม่มีแขกหลงเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว คุณแม่บ้านยังคงอยู่สั่งการแม้จะดูเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย
แม่บ้าน ยังไม่เข้านอนอีกเรอะ? ค่อยจัดการพรุ่งนี้อีกทีเถอะ หญิงสาวเดินมาโอบไหล่หญิงชราผู้เป็นคุณแม่บ้านของตระกูลอย่างอ่อนโยน นึกสงสารหล่อนที่ต้องมาเดือดร้อนกับความเอาแต่ใจของตนในครั้งนี้ แต่คุณแม่บ้านก็คือคุณแม่บ้านคนเดิมที่มีแต่รอยยิ้มและไม่เคยคิดว่า ผู้ที่หล่อนได้ทุ่มเทหัวใจเลี้ยงมา จะกระทำอะไรผิด
และแม้ว่าหล่อนจะทำจริงๆ หญิงสาวก็คงต้องมีเหตุผลส่วนตัว จึงได้ตัดสินใจกระทำ!
คุณพ่อล่ะ? ออสการ์ถามเบาๆ รู้ดีว่าหล่อนฉีกหน้าบิดาอย่างยับเยินแค่ไหน และถ้าเป็นสมัยที่หล่อนยังเด็กกว่านี้ บิดาคงต้องลงไม้ลงมือทำโทษกับความผิดมหันต์เช่นนี้เป็นแน่
คุณหนูเจ้าขา คุณเจโรเดล เธอฝากจดหมายไว้ที่นายผู้ชายท่าน บอกว่า จะกลับมาใหม่วันหลังค่ะ คุณแม่บ้านเบาเสียงลงในท้ายประโยค
นายผู้ชายไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ เห็นท่านว่า คุณเจโรเดล มาขอบคุณที่จัดงานเลี้ยงนี้ขึ้น แล้วเธอก็จะไม่เปลี่ยนใจใดๆค่ะ!
เจโรเดลน่ะหรือ?!
ผู้ชายคนนั้น เป็นคนแปลกเหลือเกินผู้ที่ผ่านโลกมามากกว่า ทำทีหันกลับไปสั่งงานอย่างแข็งขัน ทว่าในใจก็แอบคิดยกย่องบุรุษผู้ที่มาขอหมั้นคุณหนูของหล่อนเป็นคนแรกไม่ได้ การที่คุณหนูของหล่อนทำถึงขนาดนี้ เป็นผู้ชายคนอื่น ก็คงไม่แคล้วเตลิดกลับบ้านไปในทันที โดยไม่หันกลับมาตอแยกับหญิงสาวอีกเป็นแน่
แต่เจโรเดล ก็เลือกที่จะปกป้องหล่อน เขาขึ้นไปพูดคุยกับ นายพลจาร์เจ ครู่ใหญ่ และเมื่อเปิดประตูออกมาพบกับคุณแม่บ้านซึ่งพยายามเงี่ยหูฟังคนทั้งคู่อยู่โดยทำไม่รู้ไม่ชี้ เขาก็ยังย้ำกับ ท่านนายพลให้คุณแม่บ้านได้ยินอย่างชัดแจ้งว่า
เขายินดีที่จะมาขอหมั้นกับออสการ์ทุกเมื่อ เนื่องจากในตอนนี้ เขาไม่มีคู่แข่งที่ไหนอีกแล้ว! นั่นแหละ เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ท่านนายพล อารมณ์เย็นลงได้ ชายหนุ่มที่ดูเยือกเย็นคนนั้น คงจะรักคุณหนูของหล่อนไม่น้อย หาไม่ คงไม่ทำเช่นนี้
อังเดรไปไหนเสียล่ะ? ไม่เห็นหน้าเลยทั้งวัน หญิงสาวถามลอยๆขึ้นมา คุณแม่บ้านไม่ทันได้สังเกตหญิงสาวจึงตอบก่อนที่จะหันไปทำงานต่อว่า
อังเดรไม่อยู่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเจ้าค่ะ เห็นว่าไปค้างบ้านเพื่อนเพราะมาบอกคุณหนูแล้วแต่เห็นว่ายุ่งอยู่กับเรื่องงานเลี้ยงวันนี้ ก็เลยฝากบอกอิฉันไว้
จริงสิ หยุดติดต่อกันสามวันนี้ หล่อนมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับงานเลี้ยงเต้นรำบ้าบอนี่ ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าเขาหายไปไหน เพราะแต่ไหนแต่ไรมา หันมาก็จะเจอชายหนุ่มอยู่ข้างๆในยามต้องการ
ออสการ์เดินกลับขึ้นไปห้องนอนชั้นบน ... ทว่าก่อนที่จะเปิดประตูห้องนอนตนเอง หล่อนกลับเดินไปที่ห้องของอังเดรอีกครั้ง แล้วเปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบๆ ห้องของอังเดร อยู่ถัดจากห้องหล่อนไปเท่านั้นเอง สมัยยังเด็ก ไม่เขาก็หล่อน จะย่องออกจากระเบียงหน้าต่างไปหากันและกันในยามค่ำคืน
หญิงสาวปรับสายตาให้คุ้นกับความมืดในห้องแล้ว ก็เดินเข้าไปจุดเทียนในตะเกียงแก้วที่อยู่บนโต๊ะ พลันเหลือบเห็นวัตถุสิ่งหนึ่งที่ตั้งอยู่
หนังสือ La Nouvelle Heloiuse ไม่ใช่ของหล่อน ปรกติแล้วอังเดรไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือนิยายเท่าไหร่ แต่ทำไม เขาถึงได้หามันมาอ่านจนได้? ออสการ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างหนักใจ
อังเดร
เวลานี้ ที่ฉันต้องการนาย ... นายอยู่ที่ไหนกันนะ?
ห้องทำงานในค่ายกองทหารประจำปารีส เป็นเพียงห้องเล็กๆที่สุมไปด้วยเอกสารมากมาย แม้ว่าจะดูน่าอึดอัดและคับแคบ เพราะมีเพียงหน้าต่างบานเดียวที่เปิดออกกว้างเพื่อรับแสงแดดและอากาศจากด้านนอก
หากร่างระหงที่นั่งตัวตรงแบบทหาร เขียนรายงานบันทึกตามหน้าที่ ทำให้ห้องเล็กๆนี้ดูสว่างไสวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แรกทีเดียวหล่อนแทบจะเดินสะดุดสารพัดสิ่งในห้องเสียด้วยซ้ำไป
ผู้พัน ดาร์กูล ผู้เป็นรองผู้บังคับบัญชาเคยทำหน้าเคอะเขิน ต้องขอโทษ ผ.บ. เป็นอย่างมากครับ บังเอิญว่า ผ.บ. คนก่อนหน้านี้ ลาออกกระทันหัน งานที่ยังต้องสะสางก็เลยยังค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ผมเองก็ตรวจทานได้ไม่หมด ไม่ทราบว่าควจจะจัดเก็บยังไงให้เข้าที่เข้าทางได้ดีไปกว่านี้
ก็คงจะจริงของเขา เพราะออสการ์เคยเข้าไปห้องทำงานของ ผู้พัน ดาร์กูล แล้วพบว่า สารพัดสิ่งประดามีของผู้พัน เก็บเข้าเป็นระเบียบเรียบร้อย สมกับผู้ที่มีวินัยทหารอย่างเคร่งครัด หล่อนเคยเกือบจะยอมแพ้กับการจัดเอกสารให้เป็นหมวดหมู่ ถ้าหากว่าไม่ได้อังเดรมาช่วยทำล่ะก็
ดูเอาเถอะ! แม้แต่เวลาที่หล่อนไม่ได้ตั้งใจจะคำนึงถึงเขา อังเดรก็ยังคงลอบเข้ามาในห้วงความคิดหล่อนจนได้! ออสการ์นึกโมโหแกมขัน
จนป่านนี้ หล่อนยังไม่ได้เห็นหน้าเขาเลย รู้ว่าเขากลับมาบ้านเอาเมื่อกลางดึกเมื่อวาน แต่หล่อนเผลอหลับไปจนกระทั่งเช้า และพบว่าอังเดร ออกจากบ้านไปทำงานก่อนหล่อนเสียอีก
บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมตัวเองจึงรู้สึกอ้างว้างนัก
และความรู้สึกไม่สบายใจเมื่อไม่เห็นอังเดรอยู่ใกล้ๆ มันคืออะไร?เขาหายไปจากบ้านเกือบสามวันเต็มๆ! หล่อนเหลือบมองดอกไม้ที่ตั้งประดับอยู่ในแจกันเล็กๆ เห็นว่ามันเหี่ยวลงเพราะไม่ได้รับการดูแลให้น้ำเพิ่มเติม ถ้าจำไม่ผิด ก็อังเดรอีกนั่นแหละที่เป็นคนเอาดอกไม้เข้ามาวางให้ บนโต๊ะนี้ ก็มีเก้าอี้นั่งสองตัว เพราะบางวันหล่อนก็เรียกเขาเข้ามาช่วยทำนั่นนี่ ก่อนที่จะเลิกงานแล้วกลับบ้านพร้อมกัน
ออสการ์รามือจากการเขียนรายงานก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนล้า น่าแปลก ที่หล่อนรู้สึกเหนื่อยเสียยิ่งกว่าตอนไปฝึกภาคสนาม ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีสมาธิ เหลือบเห็นแก้วกาแฟที่พลทหารเวร เข้ามาจัดวางไว้ให้ มันคงเย็นชืดแล้ว โดยที่หล่อนจิบไปแค่ครั้งเดียวแล้วก็ไม่ได้แตะต้องอีกเลยเสียงฝีเท้ามาหยุดลงที่หน้าประตูห้องทำงาน หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะโดยเร็ว ทว่าเมื่อเสียงของพลทหารคนหนึ่งดังขึ้นหลังจากที่เคาะประตูตามมารยาทก่อนเปิด หล่อนก็ถอนหายใจเบาๆ ไม่ใช่อังเดร
ผ.บ. ครับ ดิแอนน์ เดอ ซัวซอง มาขอพบครับ น้องสาวของอาแลน เดอ ซัวซอง ผู้เป็นหัวหน้ากอง ที่บางครั้งก็ยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหล่อนนั่นเอง ทว่าคนน้องดูจะไม่มีปัญหาอะไร
สาวน้อยผมสีดำสลวยเป็นลอนคนนั้น เคยมาเยี่ยมพี่ชายหลายครั้ง เมื่อแรกหล่อนคิดว่าออสการ์เป็นผู้ชาย จึงเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีด้วย แต่พอทราบว่าหล่อนเป็นผู้หญิง ดิแอนน์ก็เกิดความรู้สึกสนิทใจด้วย อาแลนเคยเอ่ยปากเล่าให้ฟังถึงอดีตของดิแอนน์ให้ออสการ์ฟังเหมือนกัน เมื่อครั้งที่เขาต้องนอนซมเพราะบาดเจ็บหลังจากดวลดาบกับหล่อน
และมันก็เป็นสิ่งที่อธิบายได้เป็นอย่างดีว่า ทำไมผู้บัญชาการคนก่อน จึงได้รีบลาออกไปโดยที่ทิ้งหลายเรื่องไว้ให้หล่อนมาตามสะสาง
เล่าให้ฟังไปคุณก็อาจจะไม่เข้าใจหรอกนะ แต่ผมชกหน้าผ.บ. คนเก่าแค่ฟันกรามหักเท่านั้นเอง และที่ผมไม่โดนยิงเป้าอย่างที่คุณสงสัยน่ะเรอะ? เพราะทางนั้นมีจุดอ่อนให้เห็นน่ะสิ! เขาเค้นหัวเราะอย่างขมขื่นจนหญิงสาวรู้สึกสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
ไอ้ผู้บังคับบัญชา มันข่มขืนน้องสาวที่มาเยี่ยมฉัน! มันชั่วชาติสารเลว! แล้วมันยังมีหน้ามาบอกให้ฉันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับเรื่องบัดซบนี้อีก!
สาวน้อยผู้น่ารักอ่อนเยาว์ ไม่น่าที่จะต้องพบกับชะตากรรมเช่นนี้เลย หญิงสาวรู้สึกสลดใจ แต่เมื่อดิแอนน์ มักคุ้นกับหล่อนแล้ว ก็ดูเหมือนจะทำให้พี่ชายเริ่มอารมณ์เย็นลงมากเหมือนกัน หลังๆมานี้หล่อนก็ไม่ค่อยได้มีเรื่องวุ่นวายใจอะไรกับเขานัก
ช่วยไปบอกเธอว่า ให้รออยู่ที่ห้องรับรองก่อน ประเดี๋ยวฉันจะออกไปพบ พลทหารทำความเคารพก่อนจะปิดประตู หญิงสาวรวบรวมเอกสารทุกอย่างให้เข้าที่ ทว่าเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง ประตูห้องหล่อนเปิดออกโดยที่ไม่ได้เคาะ หญิงสาวขมวดคิ้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผู้ที่ยืนค้ำที่ประตู
ขอโทษครับผู้บังคับบัญชา พอดีว่าผมจะต้องรีบไปเข้ากลุ่มเดี๋ยวนี้แล้วก็เลยรีบร้อนไม่ทันเคาะประตู ผมอยากจะมาฝากคืนของให้กับคนสนิทของท่านด้วยครับ! อาแลนไม่ได้มองหน้าหล่อนตรงๆ ทว่า รอยยิ้มที่ดูจะมีเลศนัยนั้น ทำให้ออสการ์รู้สึกแปลกๆไม่น้อย
มีอะไรเรอะ อาแลน เดอ ซัวซอง? หล่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับหยิบดาบขึ้นมาสะพายด้วยความคุ้นเคย น้องสาวของเธอก็เพิ่งมาถึงนี่เอง ฉันกำลังจะตามไปพบ
ผมได้คุยกับดิแอนน์แล้ว กลุ่มของผมต้องไปคุมขบวนขนปืนไรเฟิลจากโรงงานผลิตอาวุธเข้ามาที่คลังอาวุธของค่าย ประเดี๋ยวต้องไปแล้วครับ ผมอยากฝากคืนสิ่งนี้ให้กับอังเดรด้วย ชายหนุ่มยื่นเสื้อเชิ๊ตแขนยาวที่รีดและพับมาอย่างเรียบร้อยให้หล่อน ออสการ์รับมาด้วยความฉงน
อังเดร มาค้างอยู่ที่บ้านผม เขาไม่ได้บอก ผ.บ. เรอะครับ? น่าแปลก ที่รอยยิ้มของอาแลนไม่ได้ทำให้หล่อนรู้สึกอยากจะยิ้มตอบด้วยเลยแม้แต่น้อย ออสการ์ได้ยินแค่ว่า อังเดรไปค้างที่บ้านของอาแลน
เขาไปทำไม?
พอดีว่า เสื้อของเขาเปื้อน น้องสาวผมก็เลยจัดการซักให้แต่เขาก็ลืมไว้ที่บ้านผม ยังไงช่วยคืนฝห้เขาด้วยนะครับ แล้วก็ฝากบอกด้วยว่า ออสการ์ยังคงถือเสื้อของอังเดรไว้อย่างงุนงง ในขณะที่อาแลน มองหน้าหล่อนเพียงแว่บเดียวแล้วก็ยิ้มอีกครั้ง
ถ้าจะมาอีกเมื่อไหร่ ก็ไม่ต้องเกรงใจ ดิแอนน์ยินดีต้อนรับ! ชายหนุ่มทำความเคารพ แล้วเดินออกจากห้องไป หญิงสาวแทบไม่ได้ยินเสียงเขาปิดประตูด้วยซ้ำ เพราะในใจมีคำถามที่เกิดขึ้นมากมาย
เขาไปนอนค้างบ้านอาแลน? สองคนนี้สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่?
หรือว่า เขากับ ดิแอนน์หรือว่า มันจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ?!
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
แสงแดดที่สาดส่องลงมา ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นขึ้นเพราะอากาศที่ค่อนข้างเย็นในช่วงฤดูนี้ หญิงสาวเดินมาจากห้องทำงาน รับทำความเคารพจากพลทหารมาเกือบตลอดทางจนมาถึงห้องรับรองของแขกผู้มาเยี่ยม วันนี้ดูหล่อนสดใสยิ่งกว่าคราวไหนที่ได้เจอ ดิแอนน์ดูเปล่งปลั่งงดงามอย่างเห็นได้ชัด
ดิแอนน์ทักทายหล่อนอย่างยินดี ออสการ์ทักทายหล่อนแล้ว ก็เรียกหาพลทหารเวรให้นำน้ำชาเข้ามารับรอง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ดิแอนน์จึงเอ่ยขึ้นเบาๆ
ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่มารบกวน ทั้งๆที่วันนี้ไม่ใช่วันเยี่ยมญาติ แต่มันทำให้ดิฉันว้าวุ่นใจนัก ถึงต้องมาหาคุณนี่แหละค่ะ แม่สาวน้อยมีทีท่าเกรงใจซะจนออสการ์ต้องพยายามทำให้หล่อนผ่อนคลาย ทั้งที่ใจจริงแล้ว ตัวเองก็ไม่รู้ว่าควรจะตีสีหน้ายังไงกับดิแอนน์
หล่อนกลัวขึ้นมาเสียเฉยๆยังงั้นล่ะ! กลัวว่า สิ่งที่สตรีผู้นี้จะเอ่ยปากพูดขึ้นมา จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอังเดร ทั้งๆที่ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าเกี่ยวข้องกับเขาแล้ว มันจะเป็นเรื่องอะไร
คือว่า ดิฉันทราบดีค่ะว่า มันอาจจะเป็นผลร้ายกับพี่อาแลน ถ้าคุณออสการ์ได้ฟังเรื่องนี้แล้ว อย่าโกรธพี่อาแลนเลยนะคะ! อีกครั้งที่ดวงหน้างามของ ออสการ์ต้องขมวดคิ้ว เมื่อนึกขึ้นได้ หล่อนก็หายใจเข้าลึกๆโดยไม่แสดงออกว่า หล่อนลืมตัวจนไม่ได้หายใจอยู่ครู่หนึ่งแล้ว!
สมมติว่า เรื่องที่หล่อนกำลังกลัว จะเป็นความจริง ถ้าสมมติว่า อังเดรเกิดชอบพออยู่กับดิแอนน์ นั่นควรจะเป็นเรื่องที่หล่อนน่าจะแสดงความยินดีกับเขามิใช่หรือ?
หญิงสาวผู้นี้เป็นคนดี ขยันขันแข็ง แม้ว่าจะมีเลือดของขุนนางอยู่ในตัว ก็ไม่ได้ทำทีท่าหยิบหย่ง ทั้งยังเป็นคนมีจิตใจดีมีน้ำใจ ใช่สินะ ผู้หญิงดีๆแบบนี้ กับผู้ชายที่มีหัวใจน่านับถืออย่างอังเดร
หล่อนควรจะรู้สึกยังไงดีนะตอนนี้?! แม้แต่ตัวเอง ก็ยังไม่รู้ใจตัวเองเลยแม้แต่น้อย!
ดิแอนน์ไม่ได้สังเกตความผิดปรกติใดๆของออสการ์แม้แต่น้อย หล่อนยังคงหมกมุ่นกับความกังวลของตัวเอง และเมื่อคิดว่ายังไงเสีย ก็จะต้องบอกออสการ์ให้ได้รู้ หล่อนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเพิ่มความกล้าให้กับตัวเอง เพราะตั้งใจไว้ว่ายังไงเสีย วันนี้หล่อนก็จะพูดให้ได้!ได้โปรด ยกโทษให้พี่อาแลนด้วยเถอะค่ะ! ที่พี่ทำลงไป ก็เพราะว่า เห็นแก่ดิฉันและแม่ ตอนนี้แม่กำลังไม่สบาย พวกเราจำเป็นต้องใช้เงินมาซื้อยารักษา ถึงแม้ว่า มันจะผิดกฏของค่ายทหารก็ตาม! แต่ว่า ดิฉัน ที่ดิฉัน มาหาพี่อาแลนทุกครั้ง เอ้อ ดิแอนน์พยายามอย่างสุดกำลังที่จะให้ความกล้าของตน ยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวินาทีสุดท้าย
แต่ทว่า ดูมันจะยากเย็นเหลือเกินที่จะประคับประคองมันเอาไว้ จนออสการ์รู้สึกตัวก่อน
ดิแอนน์ เธอจะบอกฉันว่า ทุกครั้งที่เธอมาเยี่ยม เธอจะเอาอาหารอย่างดีที่พี่เธอไม่กินกลับไปด้วยใช่มั้ย? คำถามนั้น ทำให้ดิแอนน์ตกใจเสียจนพูดอะไรไม่ออก
ใช่มั้ย? ออสการ์ถาม พร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร
เอ้อ หญิงสาวยังคงไม่กล้าที่จะตอบอะไร ออสการ์พยักหน้าช้าๆ
ฉันว่าคงเป็นอย่างนั้นล่ะนะ
ได้โปรดเถอะค่ะคุณออสการ์ อย่าเอาผิดกับพี่อาแลนเลยนะคะ ดิฉันทราบค่ะว่ามันเป็นเรื่องไม่ดี แต่ว่า พี่อาแลนเค้า ดวงตาของออสการ์เหม่อมองไปอย่างไม่มีจุดหมาย ด้วยความรู้สึกหนักใจไม่น้อย หล่อนเคยสังเกตอยู่หลายครั้งที่ดิแอนน์มาเยี่ยมอาแลน สาวน้อยคนนี้มักจะกลับบ้านไปพร้อมกับห่อผ้าห่อใหญ่ที่ดูเผินๆก็เหมือนกับว่า น้องสาวตามมาเอาผ้าผ่อนของพี่ชายไปซักรีดให้ที่บ้าน แต่เมื่อมองดูดีๆแล้ว จะเห็นได้ว่ายังมีข้าวของประดามีอื่นๆอีก
ดิแอนน์ บอกตรงๆนะ ถึงฉันจะรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ฉัน ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ออสการ์ถอนหายใจ หันมามองที่หญิงสาวตรงหน้าอย่างอ่อนล้า
ยกโทษให้ฉันด้วย ที่ไม่อาจช่วยเธอและครอบครัวได้ดีไปกว่านี้ เพราะฉันเอง เป็นเพียงผู้บังคับบัญชาที่ไม่มีอำนาจอะไรเลย
ดิแอนน์ละล้าละลัง ทว่า หล่อนก็เลือกที่จะพูด เอ้อ คุณออสการ์คะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะ เพียงแต่ ดิฉันคิดว่า มันอาจจะเป็นการดีกว่า ถ้าหากจะบอกให้คุณทราบไว้ เผื่อว่าถ้าหากพี่อาแลนจะต้องถูกทำโทษก็คงจะไม่ร้ายแรงนัก
อาจจะเพราะน้ำเสียงและทีท่าของสาวน้อยผู้นี้กระมัง ที่ทำให้ออสการ์รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น หล่อนพิศมองดิแอนน์อย่างเต็มตา แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างที่ไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ในหัวใจมานานแล้ว
ดิแอนน์ เธอ ช่างเหมือนเทพธิดาของฉันจริงๆเลย เธอเป็นสาวน้อยที่สามารถสะกดหัวใจฉันได้ เป็นเหมือนเทพธิดาแห่งฤดูใบไม้ผลิที่มีดอกไม้รายล้อม ดวงตากลมโตแต่แฝงแววขี้แย ถึงเธอจะจากไปแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่ลืม คนพูดทันเห็นว่า คนฟังทำหน้าตาเหลอหลา หล่อนจึงอธิบายต่อว่า
เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ฉันรับมาเลี้ยงน่ะ ฉันพบเธอครั้งแรกเมื่อตอนที่เธอตั้งใจจะขายตัวในปารีสเพื่อหาเงินไปรักษาแม่ ทั้งๆที่เธอเพิ่งอายุเพียง 12ปีเท่านั้นเอง
สีหน้าดิแอนน์บ่งบอกถึงความรู้สึกเห็นใจเพื่อนมนุษย์อย่างจริงใจ จนออสการ์เริ่มหวนคิดถึงเรื่องเดิมที่อยู่ในหัว
ทุกครั้งทีฉันพบเธอ จะเห็นเธอร่าเริงเสมอๆ แต่วันนี้ดูเธอสวยเป็นพิเศษจังเลยนะ คำชมของหล่อนมีผลให้อีกฝ่ายหน้าแดงขึ้นด้วยเลือดฝาดอย่างทันตาเห็น ดิแอนน์รู้สึกเขินปนยินดีอย่างเห็นได้ชัด
คือว่า อีกไม่นาน ดิฉันจะแต่งงานแล้วล่ะค่ะ จะแต่งตอนที่พี่ได้กลับไปพักที่บ้าน คิดว่าคงจะทำให้มีความสุขบ้างล่ะค่ะ! หัวใจของออสการ์ไหววูบอย่างฉับพลัน
แต่งงาน! ดิแอนน์จะแต่งงาน!
ภาพรอยยิ้มเศร้าๆของอังเดรที่หล่อนมักจะเห็นในระยะหลัง กลับปรากฏเด่นชัดในห้วงความคิดจนหล่อนแทบไม่ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น
แต่งงาน
ถ้าหากว่าเป็นผู้หญิง สิ่งที่จะทำให้มีความสุขที่สุด ก็คือ การแต่งงาน อย่างนั้นหรือ?หล่อนคงจะจมอยู่กับภวังค์นั้นอีกนาน ถ้าหากดิแอนน์ไม่ได้เป็นคนทำลายความเงียบสงัดนั้นด้วยเสียงสดใส
น่าแปลกนะคะ ทั้งๆที่ดิฉันและเขาต่างก็มีเชื้อสายขุนนางอยู่ในตัว แต่เราก็ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกับที่ใครคิดว่าเราควรจะมีจะเป็น ดิฉันรักกับเขามาสองปีแล้ว จากนี้ไปก็คิดว่าจะฝากชีวิตไว้ที่เขานี่ล่ะค่ะ ต่อไปพี่อาแลนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงดิฉันกับแม่อีกแล้วล่ะค่ะไม่ใช่ หล่อนไม่ได้พูดถึงอังเดรนี่นะ
ไม่ใช่อังเดร!ออสการ์ยิ้มออกมาด้วยความยินดีโดยไม่รู้ตัว เมื่อนึกได้ หล่อนจึงแสดงความยินดีกับดิแอนน์อย่างจริงใจ หญิงสาวไพล่ถามถึงอังเดรในตอนท้าย
เห็นว่าเขาไปค้างที่บ้านเธอยังงั้นหรือ?
อ๊ะค่ะ จริงๆแล้ว... เขาขอร้องไม่ให้ดิฉันมาบอกคุณออสการ์ให้ทราบนะคะ แต่ว่า เขาไปแอบเรียนทำขนมกับดิฉันมาค่ะ! เสื้อผ้าที่เลอะจากตอนทำขนมนั่น ดิฉันก็ซักและฝากพี่อาแลนนำมาให้แล้วล่ะค่ะ น่าแปลกเหมือนกันนะคะที่ผู้ชายจะอยากรู้วิธีทำขนม" ดิแอนน์ยิ้มอย่างนึกขัน
"เห็นทีแรกที่ขนข้าวของมาที่บ้าน ดิฉันกับแม่ก็ประหลาดใจเหมือนกัน แต่เขาก็เก่งนะคะ ทำจนสำเร็จจนได้ คงเป็นพายเลม่อนที่อร่อยมากทีเดียวล่ะค่ะ พี่อาแลนชิมแล้วก็บอกว่า อร่อย
ดิแอนน์ยังคงพูดเล่าเรื่องต่างๆ แต่ออสการ์แทบไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว หล่อนจำต้องซ่อนความรู้สึกไว้ในใจอย่างแรงกล้า
พายเลม่อน หอมกรุ่นด้วยกลิ่นมะนาว เป็นของโปรดของหล่อนเอง!
ดิแอนน์ขอตัวกลับหลังจากนั้นไม่นาน ร่างระหงเดินตรวจความเรียบร้อยในค่ายต่างๆก่อนที่จะย้อนกลับมาที่ห้องทำงานอีกครั้งเพื่อสะสางเอกสารให้เรียบร้อยสำหรับวันนี้
ภายในห้อง แก้วกาแฟชุดเดิมได้ถูกเก็บออกไปแล้ว หญิงสาวเดินมาที่โต๊ะทำงานแล้วก็เห็นว่า ดอกไม้ดอกใหม่ ได้ถูกนำมาเปลี่ยนไว้ที่โต๊ะทำงานแล้วเรียบร้อย เป็นดอกกุหลาบสีขาวแรกแย้ม ดูลักษณะกลีบดอกไม้ และกิ่งก้าน ออสการ์อยากจะรู้สึกว่า มันเหมือนกับกุหลาบที่บ้านเหลือเกิน
เสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งเดินมาหยุดที่ประตูห้องเธอแล้วเปิดออกกว้าง หญิงสาวหันไปสบตากับร่างสูงกำยำของอังเดรเข้าพอดี ขอโทษ ฉันไม่คิดว่านายอยู่ในห้อง เมื่อกี้ฉันเข้ามา.. ทหารคนสนิทคล้ายกับจะพูดอะไรต่อ ทว่า กลับนิ่งไป เขายกถาดที่วางชุดน้ำชามาวางไว้ที่โต๊ะอย่างเงียบๆแทน
ฉันเพิ่งเข้ามาเมื่อกี้นี้ ดิแอนน์มาขอพบ เพิ่งแยกกันเมื่อครู่นี้เอง หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆเพื่อให้ห้องไม่เงียบจนเกินไป แต่อังเดรก็มิได้โต้ตอบอะไร เขาค่อยๆวางชุดน้ำชาลงข้างหน้าหล่อนอย่างปราณีต แต่หล่อนก็ไม่รู้สึกว่า รู้สึกไม่สบายใจแต่อย่างใด ตรงข้าม
ณ ขณะนี้ ออสการ์คิดว่า ตัวเองรู้สึกอบอุ่นใจ และสบายใจอย่างบอกไม่ถูก!
หญิงสาวเดินหาเอกสารจากมุมห้องเพื่อทำงานต่อ เมื่อ อังเดรเสิร์ฟจนเรียบร้อยแล้ว ก็ค้อมหัวให้หล่อนเป็นเชิงว่า ขอตัว เพราะหล่อนเคยแย้งไม่ให้เขาปฏิบัติราวกับเป็นผู้บังคับบัญชายามอยู่ด้วยกัน เพราะถือว่าเขาเป็นเพื่อน เสียงปิดประตูเบาๆ ตามด้วยเสียงฝีเท้าของเขาที่ก้าวเดินจากไป ค่อยๆเงียบลง ... คงเหลือเพียงความเงียบสงัดในห้องทำงานของออสการ์
และรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนของหญิงสาวที่มีให้ต่อ พายเลม่อนชิ้นหนึ่งที่วางอยู่บนจานตรงหน้า ข้างๆแก้วน้ำชาที่ควันคลุ้งหอมกรุ่น
Once upon a time.. when comics were not yet copyright..