Tribute to Classic Shoujo Manga in Thailand


Once upon a time.. when comics were not yet copyright..

 

FAN-FICTION กุหลาบแวร์ซายส์ : รักริษยา 4
**************************************************

fanfiction ที่เขียนขึ้นมานี้ ได้ไอเดียมาจากบรรดาแฟนๆของการ์ตูนเรื่องกุหลาบแวร์ซายส์ ซึ่งตัวละครต่างๆในเรื่องนี้นั้น ผู้เขียนมิได้เป็นคนคิดริเริ่ม หากแต่เป็นผลงานของ อาจารย์ Ikeda Riyoko ผู้ถือลิขสิทธิ์ผลงานเรื่องกุหลาบแวร์ซายส์แต่เพียงผู้เดียว

อนึ่ง fanfiction ที่ผู้เขียนได้นำมาบันทึกไว้ยัง ณ ที่นี้ เพื่อร่วมแชร์ความเพลิดเพลินกับผู้อ่านทุกท่าน เท่านั้น มิได้หวังจะนำไปเผยแพร่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวในด้านการค้าหรือการเงินใดๆทั้งสิ้น

**************************************************

ม้าสีขาวของชายหนุ่มผู้ถือตนเป็น ว่าที่คู่หมั้น ของออสการ์ ยืนเล็มกินหญ้าอย่างสงบใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ถูกผูกเชือกบังเหียนไว้หลวมๆ ในขณะที่ผู้เป็นเจ้าของนั่งดื่มน้ำชาอยู่ที่โต๊ะด้านนอกซึ่งจัดไว้ภายในซุ้มศาลาเล็กๆกลางแจ้ง ล้อมรอบด้วยมวลดอกกุหลาบมากมายที่ปลูกลงดินไว้ รอบๆซุ้มเป็นเถาวัลย์กุหลาบที่คนแต่งสวนประณีตขดไว้ให้เป็นเกลียวไต่เสาศาลาขึ้นไปจนถึงหลังคาซุ้ม


เจโรเดลวางแก้วน้ำชาหอมกรุ่นลงเบาๆอย่างใจเย็น รู้สึกโล่งใจขึ้นเมื่อสาวใช้มาแจ้งให้ทราบว่า หญิงสาวจะมาพบเขาในอีกสักครู่

เขารีบควบม้ามาหาออสการ์ตั้งแต่ที่ได้ยินข่าวว่า หล่อนถูกลอบทำร้ายในปารีสจนบาดเจ็บ เจโรเดลตกใจเสียจนแทบจะแล่นมาหาหล่อนในทันที หากเมื่อท่านนายพล จาร์เจ ได้ย้ำให้เขามั่นใจว่า หญิงสาวปลอดภัย เขาจึงรอให้เวลาผ่านไปอย่างกระวนกระวายใจ ก่อนที่จะรีบมาที่คฤหาสน์จาร์เจเมื่อออกเวรแล้ว

เมื่อตอนที่เจโรเดลมาถึง อังเดรซึ่งอาการดีขึ้นหลังจากที่ได้นอนพักฟื้นก็กระย่องกระแย่งลุกมาเพื่อจะมาดูแลเรื่องม้าของเจโรเดล ถ้าหากว่าออสการ์ไม่มาเห็นเข้าและห้ามเสียก่อน

“นายจะไปไหนน่ะ? ไม่ต้องออกไปหรอก ให้คนอื่นไปช่วยจัดการ" ออสการ์เอ็ดเขาเข้าให้เสียอีก "พักผ่อนเสียเถอะอังเดร”

“ฉันไม่เป็นไรแล้ว ออสการ์” แต่หญิงสาวไม่ให้โอกาสเขาพูดอะไรต่อทั้งสิ้น ยังคงยืนกรานที่จะให้เขากลับไปพักผ่อนตามเดิม

“ได้ยินว่าอยากจะกลับเข้ากรมภายใน 3 วันไม่ใช่หรือ? เชื่อฉันเถอะ พักผ่อนเสีย ฉันจะออกไปคุยกับเจโรเดลซักครู่…” อังเดรก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงไม่รู้สึกเจ็บปวดใจเหมือนเช่นแต่ก่อน และเหมือนเขาเองก็สัมผัสได้ว่า ออสการ์อ่อนโยนกับเขามากขึ้น ชายหนุ่มจึงยอมฟังหล่อนแต่โดยดี

ออสการ์อยากจะช่วยประคองอังเดรกลับห้องเหมือนกัน ทว่าชายหนุ่มยืนยันว่าเดินเองได้แม้จะโขยกเขยก จนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจ … เขามาเจ็บตัวก็เพราะหล่อน หลายครั้งหลายหนแล้ว หากไม่เคยที่จะปริปากสำคำ

บางที อาจจะถึงเวลาที่หล่อนควรจะทำอะไรให้กระจ่างเสียทีกระมัง …

“ท่านนายพล!” เจโรเดลลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างยินดีที่ได้พบ ก่อนจะเอื้อมมือมาเลื่อนเก้าอี้ให้หล่อนอย่างสุภาพ ทว่าคล่องแคล่ว … ตั้งแต่รู้จักกันมา หล่อนก็ไม่เคยเห็นหรือได้ยินว่าเขาเคยทำอะไรเป็นพิเศษกับสตรีคนใด เพราะทั้งกองพลทราบกันเป็นอย่างดีว่า เจโรเดลไม่เคยมองใครเป็นพิเศษ

สมัยที่ยังทำงานด้วยกันก็มีแต่หล่อนเท่านั้นเองที่เป็นผู้หญิงซึ่งใกล้ชิดกับเขามากที่สุด ทว่า ก็ไม่เคยจะเป็นพิธีรีตรองตามแบบ ชาย-หญิงมากนัก แล้วมาวันนี้ เขากลายเป็นอย่านี้ไปเสียได้

ให้ยังไงออสการ์ก็ไม่ค่อยชินกับการที่ถูกปฏิบัติอย่างสุภาพสตรีเสียที … สังคมที่พวกผู้หญิงต้องอยู่ ต้องวางตัวให้ถูกต้อง คงเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดมิใช่น้อยเหมือนกัน…

คนมาเยี่ยมทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจกับสีหน้าหล่อนที่ดูเหมือนจะคิดอะไรล่องลอยไปไกล เจโรเดลทรุดลงนั่งเมื่อหญิงสาวนั่งลงแล้วเรียบร้อยตามมารยาทสุภาพบุรุษที่ดี พิศดูหน้าหล่อนเพียงอย่างเดียวเขาก็มีความสุข … ถ้าหากว่า ออสการ์จะยิ้มให้เขาเสียหน่อยล่ะก็ เขาคงจะชื่นใจเป็นที่สุด

“ได้ยินมาว่า ถูกลอบทำร้ายเมื่อคืนก่อน ผมเพิ่งทราบข่าวก็เลยรีบมาเร็วที่สุดเท่าที่จะมาได้ … ดีขึ้นบ้างมั้ยครับ?” เขาถามอย่างเป็นห่วงจากใจ

“ดีขึ้นแล้วล่ะ หัวแตกนิดหน่อยเท่านั้น แล้วก็ฟกช้ำนิดหน่อย” หญิงสาวรับน้ำชาที่เขารินให้มาคนเล่น ก่อนจะใช้ส้อมเงินอันเล็กจิ้มมะนาวฝานบางๆในจานเล็กที่วางคู่กับเหยือกใส่นม ครีม และโถใส่น้ำตาล มาใส่ในน้ำชาร้อนๆ ทำให้กลิ่นมะนาวหอมจรุงติดจมูก ชายหนุ่มกุลีกุจอยื่นกล่องช็อคโกแลตอย่างดีมาให้

“ของเยี่ยมครับ ขอให้หายไวๆ เดี๋ยวนี้ปารีสอันตรายกว่าเดิมมาก คุณต้องระวังตัวหน่อยนะครับ”

“ขอบคุณ…” สายตาที่ฉายชัดถึงความรักใคร่ในตัวหล่อน ทำให้ออสการ์รู้สึกแปลบปลาบในหัวใจขึ้นมาฉับพลัน … ดูเอาเถิด… หล่อนทำกับเขาไว้ขนาดนั้น เขายังมีหน้ากลับมาหาโดยทำไม่รู้ไม่ชี้ได้ ถ้าหล่อนคิดจะเลือกเขาในตอนนี้ เจโรเดล คงเป็นผู้ชายที่มีหลักประกันให้ออสการ์ได้ในทุกๆสิ่ง เขามีทั้งลาภยศ ตำแหน่ง เงินทอง … และความรักที่จะให้หล่อนได้

ออสการ์ถอนหายใจ รู้สึกหนักอกขึ้นมาอย่างบอกไม่ได้ว่า ทำไม...
ความรัก ช่างเป็นเรื่องที่ยากแท้หยั่งถึงอะไรเช่นนี้หนอ?

“เป็นอะไรไปครับ?” ชายหนุ่มมองหน้าหล่อนแล้ว นึกอยากจะแตะต้องเส้นผมนุ่มสลวยดุจใยไหมนั่นเหลือเกิน ยามเมื่อสายลมไหวผ่านมันดูราวกับภาพวาดที่งดงามที่เขาอยากจะเป็นเจ้าของเหลือเกิน

ถ้าเป็นหญิงอื่น เจโรเดลไม่มีความหวาดหวั่นใดๆว่า จะมีใครกล้าปฏิเสธความรักของเขา และชายหนุ่มก็เป็นคนปฏิเสธความรักจากสตรีมาเป็นจำนวนไม่น้อย เพราะไม่เคยรู้สึกพิเศษกับใครเลย หญิงสาวมากมายรอบๆตัวเขาล้วนมีเชื้อสายขุนนาง ทั้งกรีดกรายเฉิดฉาย มองแต่ลาภยศตำแหน่งของเขา เป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วที่คนระดับขุนนางจะต้องมองแต่พวกที่ระดับเทียมเท่ากับตน

เคยเหมือนกันที่เขาอยากจะมีความรัก หาก เมื่อเวลาผ่านไปได้เพียงไม่ถึงปี เขาก็หมดแรงที่จะพยุงมันเอาไว้ได้ เพราะเจโรเดลรู้ว่าเขาทนความฉาบฉวยของผู้หญิงทั่วไปในวังไม่ได้

และกว่าที่จะรู้ตัวว่า ดวงตาของตนจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวผู้หนึ่งที่อยู่ในคราบบุรุษรูปงามอยู่ตลอดเวลา เขาก็ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เขาเป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่า? ทุกๆวันเขาทำงานอย่างมีความสุขและยินดีที่จะเป็นลูกน้องในบังคับบัญชาของหล่อน

จนกระทั่งถึงวันที่หญิงสาวยื่นใบลาออกจากกองทหารรักษาพระองค์ เจโรเดลก็รู้สึกเหมือนว่าหัวใจถูกกระชากไปจากอก เขาพร่ำถามออสการ์ถึงเหตุผลที่หล่อนลาออก

ทว่า หล่อนก็ไม่ยอมบอก เพียงแค่ยื่นหน้าที่ต่างๆในควบคุม ให้เขาเป็นผู้สืบทอดต่อไปในฐานะ ผู้ที่เหมาะสมและเป็นคนที่หล่อนไว้วางใจที่สุด เมื่อการอนุมัติจากพระเจ้าอยู่หัวผ่านพ้น เขาจึงได้เป็นหัวหน้ากองทหารรักษาพระองค์สืบไป และทันทีที่ได้เลื่อนยศขึ้นเป็น พันตรี เขาก็เดินหน้ามาที่คฤหาสน์ จาร์เจ แล้ว

ริมฝีปากอ่อนนุ่มนั้น เขาเพียงได้ลิ้มรสเพียงแผ่วเบาในค่ำคืนที่หล่อนเผลอไผลไปตามอารมณ์ …หาก เจโรเดลยังไม่ทิ้งความหวัง

ผมรักคุณ … ให้ยังไง ผมก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก ออสการ์ …

ออสการ์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะเดินไปกอดอกพิงกับเสาของซุ้ม เหม่อมองพระอาทิตย์อัสดงที่ใกล้จะลับขอบฟ้าไปแล้ว ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้น เอื้อมมือมาสวมเสื้อคลุมลงให้ที่ไหล่ของหญิงสาวอย่างสุภาพ โดยที่ออสการ์ไม่ได้แสดงทีท่ารังเกียจแต่อย่างใดก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ


“เดินเล่นกันสักหน่อยดีมั้ย? ฉันมีเรื่อง อยากจะคุยกับคุณ”


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

สมัยก่อนตอนที่ออสการ์ยังรับราชการในตำแหน่ง หัวหน้ากองทหารรักษาพระองค์นั้น มีอยู่หลายครั้งที่เจโรเดลและหล่อนต้องอยู่เวรตรวจตราความเรียบร้อยภายในวังด้วยกันยามค่ำคืน เคยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในยามที่คุยกันบ้าง เจโรเดลรู้ดีว่าความรู้ความสามารถของหล่อนนั้นมีมากมาย เป็นผู้หญิงที่ทำให้เขาลุ่มหลงอยู่อย่างเงียบๆโดยที่ไม่รู้ตัวเลย นับจากวันที่หล่อนลาออกไปจากกองทหารรักษาพระองค์ มันไม่ได้นานนับปี

ทว่าสำหรับเขา ทุกนาที ช่างผ่านไปยากเย็นและยาวนานเหลือเกิน เขาไม่เคยได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดหล่อนอีก จนอดรู้สึกไม่ได้ว่า วันนี้เป็นอีกวันที่ได้รู้สึกเป็นสุขใจอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว

“เรื่องคุณอยากจะพูดกับผม คือเรื่องอะไรกันหรือครับ?” เจโรเดลเอ่ยถามขึ้นระหว่างที่เดินทอดน่องเอื่อยๆอยู่กับหญิงสาวผู้เป็นที่รัก

หาก หล่อนยังคงเดินต่อไปอีกจนถึงน้ำพุที่ล้อมรอบสวนดอกกุหลาบ เจโรเดลคุ้นเคยกับหญิงสาวดี เขาจึงไม่เร่งรัดที่จะถามซ้ำเพื่อขอคำตอบ เพราะรู้ว่าหล่อนกำลังใช้ความคิด

“เจโรเดล… ฉันขอถามอีกครั้งหน่อยเถอะว่า…” ร่างระหง ไม่รู้สึกว่าประหม่าแต่อย่างใด หล่อนตั้งใจว่าจะพูดกันอย่างตรงไปตรงมาที่สุด

“ยืนยันได้ไหม ว่าที่เคยพูดว่ารักฉันนั้น… คุณยังจะยืนยันกับฉันอีกครั้งในวันนี้ได้?”

“ผมรักคุณคนเดียวไม่เปลี่ยนแปลง!” เขายิ้มอย่างเยือกเย็น ทว่าในหัวใจรุ่มร้อนราวไฟลุกโชนอย่างปรีดาที่หล่อนเอ่ยปากถาม! แม้จะไม่ได้อยู่ในวัยของเด็กหนุ่ม หากเจโรเดลก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กับคนหนุ่มทั่วไปที่มีรักแรก

“สาบานได้ไหมว่ารักจากใจจริง?”
“ผมกล้าสาบาน!”

แสงจันทร์เริ่มฉายส่องลงมาทั่วบนพื้นดิน ทำให้ร่างของทั้งสองที่ยืนคุยกันในสวนกุหลาบ ดูคล้ายภูติพรายที่อาบแสงจันทร์อยู่ในเทพนิยายอย่างสงบ ดวงตาของคนทั้งคู่ประสานกันโดยไม่มีใครหลบสายตาใคร

“พันตรีเจโรเดล การที่ไม่ต้องการให้คนที่เรารักมีความทุกข์ นั่นเรียกว่าความรักใช่มั้ย?”
“แน่นอนที่สุดครับ”

ออสการ์ เงียบไปครู่ใหญ่ ราวกับจะตัดสินใจอะไรก่อนที่จะเอ่ยต่อไป

“พันตรีเจโรเดล … ณ ที่นี้ มีบุรุษอยู่คนหนึ่งซึ่งรักฉันมาก ถ้าหากว่า ฉันไปแต่งงานกับชายอื่นที่ไม่ใช่เขาแล้วล่ะก็ … เขาคงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้เพราะความรักที่มีต่อฉัน!” สายตาที่ยังคงประสานกันกับชายหนุ่ม ยังคงมองลึกเข้าไปราวกับจะผ่านทะลุเข้าไปถึงเนื้อหัวใจของเจโรเดล

“ถ้าหาก… เขามีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ นั่นย่อมหมายถึงว่า เขามีแต่ความทุกข์ … และเมื่อฉันเห็นเขาเป็นเช่นนั้น…”

รอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนหน้าของเจโรเดลเริ่มจางหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็มิอาจทราบได้ ออสการ์เชิดหน้าขึ้นก่อนจะพูดอย่างชัดเจน

“ฉันก็รู้สึกมีความทุกข์ ยิ่งไปกว่าเขาเสียอีก!”

ความเงียบสงัดเข้าแผ่คลุม โดยที่ออสการ์ ไม่ปรารถนาจะพูดปลอบโยนใดๆ… หล่อนตัดสินใจแล้ว ที่จะเลือกทางนี้ ไม่ว่าจะอย่างไร หญิงสาวก็มิอาจจะหันหลังใหักับชายหนุ่มผู้นั้นได้อีก เขาไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีหล่อน

ดุจดังที่ตนเองก็ไม่สามารถจะขาดเขาได้เช่นกัน!

“คุณหมายถึง อังเดร กรังดิเออร์ อย่างนั้นสินะ? แล้วคุณจะทำยังไง? จะไม่ยอมแต่งงานกับใครชั่วชีวิตเพื่อเขา อย่างนั้นหรือ?!”

สายลมอ่อนโยนพัดผ่านมาในวูบนั้น เสมือนประโลมใจให้ออสการ์เข้มแข็งขึ้น หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ เพื่อย้ำในคำตอบของตนเอง จนเจโรเดลเอง ก็จนด้วยคำพูดใดอีก หาก … เขาก็ยังใคร่อยากจะรู้นัก

“คุณ…รัก…เขาหรือ?”

สายตาของชายหนุ่ม ทอดถอนใจ ไต่ถามหล่อนเพื่อให้ชี้ชัด อยากให้หล่อนเป็นคนพูดออกมาเอง เพราะเป็นสิ่งที่ค้างคาใจเขามาเป็นเวลานานเท่านาน … เขาเห็นคนทั้งคู่ตามติดกันเป็นเงาตลอดเวลา แต่เขาก็ยังคิดว่า ยังมีโอกาส


จนกระทั่งวันนี้ ที่ถึงจุดที่เขามั่นใจว่า ช่องว่างที่เขาจะเข้าไปแทรกระหว่างกลางได้ จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้!


“ก็ไม่รู้เหมือนกัน? ฉันไม่รู้แน่ชัดหรอกว่ามันคือความรักหรือเปล่า เพียงแต่ รู้สึกถึงความผูกพันเหมือนพี่น้อง… บางที อาจจะผูกพันซะยิ่งกว่าพี่น้องด้วยซ้ำ เพราะเราร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาตลอด .. จนจะเป็นคนๆเดียวกันอยู่แล้ว” ออสการ์พูดไปอย่างที่รู้สึก ก่อนจะลงท้ายอีกครั้ง

“ฉะนั้น เมื่อเขาเป็นทุกข์ ฉันก็เป็นทุกข์ด้วย!”

จะมีประโยชน์อะไรที่จะให้หล่อนยอมรับ? เจโรเดลได้แต่ถามตัวเองในใจ ถ้าหากว่าทั้งคู่เปรียบเสมือนคนๆเดียวกันแล้วล่ะก็… อังเดร คือหลักฐานชิ้นดีที่สุดที่จะยืนยันคำตอบสิ่งที่เขาถามออกไป

เขารักออสการ์แน่นอน!

“ผมเข้าใจแล้ว … งั้นเรา ต่างก็ยินยอมซึ่งกันและกันเถอะนะ ตัวผมเอง…” เจโรเดลเดินเข้ามาใกล้ ยิ้มให้หล่อนจากก้นบึ้งของหัวใจ “ก็คงจะเป็นทุกข์ยิ่งขึ้น ถ้าหากว่าทำให้คุณต้องทุกข์!”

ชายหนุ่มเอื้อมมือมากุมมือเรียวของออสการ์ไว้อย่างทะนุถนอม รอยยิ้มของเขาบ่งบอกว่า เขายอมให้หล่อนได้มีอิสระแล้ว!

“โปรดรีบไปเถิด… มันเป็นหลักฐานของความรักเพียงสิ่งเดียว จากผม!” เจโรเดลจุมพิศเพียงแผ่วเบาบนหลังมือของออสการ์ … จบแล้ว

ความรักระหว่างเขากับหล่อน หญิงสาวเพียงคนเดียวที่หัวใจของเขายินยอมมอบความรักให้ … น่าเสียดายนักหนา ... เขามิอาจครอบครองสตรีผู้งดงามปานจะเทพให้เหล่าเทพแห่งเทือกเขา โอลิมปัส ทำสงครามเพื่อช่วงชิงตัวกัน!

แผ่นหลังที่ดูเข้มแข็งในเครื่องแบบทหารรักษาพระองค์ของเจโรเดลค่อยๆห่างไกลออกไปจนลับสายตาไปในชั่วครู่ ออสการ์มองส่งเขาที่ไม่หันหน้ามาร่ำลาหล่อนอีกเป็นครั้งสุดท้าย ... เขาเดินจากไปอย่างองอาจ เป็นบุรุษผู้มีน้ำใจยิ่งใหญ่ราวกับราชสีห์ที่ผยองในศักดิ์ศรี ทว่า เต็มไปด้วยความภักดีอย่างไม่มีข้อสงสัย

เขาเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งพิสูจน์ให้หล่อนได้เห็นว่า มนุษย์เรา ก็มีความรักอย่างนี้ … ความรัก ที่ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ขอเพียงแค่เห็นคนที่ตนรัก ได้มีความสุขเท่านั้น ก็เพียงพอ … เป็นความรักที่น่านับถือยิ่งนัก และคงจะไม่แปลกอะไรนักหรอก ถ้าหากว่า มันจะเกิดขึ้นกับชีวิตของใครสักคน


สักครั้งในชีวิต … มนุษย์เรา ก็คงล้วนแล้วแต่ต้องเคยมีความรัก อย่างนี้…

 

 


Once upon a time.. when comics were not yet copyright..